ประวัติพระสุนทรปริยัติวิกรม(ทรัพย์ นรินฺโท) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 19 มกราคม 2010 เวลา 11:55 น.

พระสุนทรปริยัติวิกรม
( ทรัพย์  นรินฺโท น.ธ.เอก, ป.ธ.๔, จุลอภิธรรมเอก  )
ชาตะ วันเสาร์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๕ มรณภาพ วันพุธที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒
รวมสิริอายุ  ๘๗  ปี  พรรษา  ๖๓  พรรษา   
อดีตเจ้าคณะอำเภอเวียงป่าเป้า อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเวียงป่าเป้า
อดีตเจ้าอาวาสวัดป่างิ้ว และอดีตเจ้าสำนักเรียนวัดป่างิ้ว
---------------------
 ชาติภูมิ
พระสุนทรปริยัติวิกรม นามเดิม  ทรัพย์   ศิริวงค์  เป็นบุตรของ นายมูล นางสุนา  ศิริวงค์  เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๔๖๕ ณ บ้านเลขที่  ๑๑๕  บ้านเหล่ายาว  ตำบลเหล่ายาว  อำเภอบ้านโฮ่ง  จังหวัดลำพูน
การบรรพชาอุปสมบทและการจำพรรษา   
พ.ศ. ๒๔๘๐ เมื่ออายุได้ ๑๖ ปี  ได้บรรพชา ณ วัดป่าหล่ายแก้ว ตำบลเหล่ายาว จังหวัดลำพูน แล้วไปจำพรรษาอยู่ที่วัดสันมะคับทอง ตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เรียนท่องจำบทสวดมนต์เป็นเวลา ๑ ปี
พ.ศ. ๒๔๘๑ กลับไปจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าหล่ายแก้ว เรียนนักธรรมชั้นตรี แต่สอบตก
พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้ติดตามครูบาพรหมา  พฺรหฺมจกฺโก (พระสุพรหมยานเถร) วัดพระพุทธบาทตากผ้า จังหวัดลำพูน  ไปกรุงเทพมหานคร และได้คติสอนใจให้ฮึกเฮิมในการศึกษาจากจาก พระพรหมมุนี (ต่อมาได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก)
พ.ศ. ๒๔๘๓ ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดโฮ่งหลวง จังหวัดลำพูน เริ่มเรียนนักธรรมและบาลีอย่างจริงจัง และสามารถสอบนักธรรมชั้นตรีได้ในปี พ.ศ.๒๔๘๔ และในปี ๒๔๘๕ สามารถสอบ นักธรรมชั้นโทได้
พ.ศ. ๒๔๘๖ อายุย่างเข้า ๒๑ ปี ได้อุปสมบทครั้งแรกที่วัดโฮ่งหลวง จังหวัดลำพูน แล้วไปจำพรรษาอยู่ที่วัดสันป่าข่อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเรียนภาษาบาลีและนักธรรมชั้นเอก และสามารถสอบนักธรรมชั้นเอกได้ แต่บาลีนั้นได้แต่ส่งรายชื่อเข้าสอบในสนามหลวงเท่านั้น เนื่องด้วยมีเหตุการณ์เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ทางสนามหลวงจึงได้เลื่อนการสอบออกไปโดยไม่มีกำหนด
ช่วงต้นปี พ.ศ.๒๔๘๗ ย้ายไปอยู่ที่วัดพันอ้น จังหวัดเชียงใหม่ และอยู่ในช่วงที่มีจิตใจออกจะว้าวุ่นเอามาก ๆ ประกอบกับรอการสอบสนามหลวงไม่ไหว จึงได้ลาสิกขาบทออกไปเป็นคฤหัสถ์
ในวันที่  ๑๐  พฤศจิกายน  พ.ศ.  ๒๔๘๙ เมื่ออายุได้ ๒๔ ปี  ได้อุปสมบทอีกครั้ง ณ  วัดพระเจ้าตนหลวง (วัดมหาพุทธาราราม) ตำบลเหล่ายาว  อำเภอบ้านโฮ่ง  จังหวัดลำพูน  โดยมี  พระอธิการศรีวิชัย  สิริชโย  วัดเจดีย์ดอยโหยด  ตำบลศรีเตี้ย  อำเภอบ้านโฮ่ง  จังหวัดลำพูน  เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า
“ นรินฺโท ” มี พระครูอินทรัตนคุณ  วัดหล่ายแก้ว  อำเภอบ้านโฮ่ง  จังหวัดลำพูน  เป็นพระกรรมวาจาจารย์  
พระเป็ง  รตนรํสี  วัดหล่ายแก้ว  อำเภอบ้านโฮ่ง  จังหวัดลำพูน   เป็นพระอนุสาวนาจารย์
พ.ศ. ๒๔๙๐ อายุ ๒๕ ปี ได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า
พ.ศ.๒๔๙๓-๒๔๙๖ ไปดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นเวลา ๔ ปี
ปลาย ปี ๒๔๙๖-๒๕๐๐ ไปจำพรรษาที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า และในปี พ.ศ.๒๕๐๐ สามารถสอบได้ ป.ธ.๓
พ.ศ.๒๕๐๑ ไปพักอาศัยอยู่ที่วัดสร้อยทอง กรุงเทพมหานคร และวัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาพระอภิธรรม
พ.ศ.๒๕๐๒ กลับไปจำพรรษาที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า จังหวัดลำพูน และสามารถสอบได้ ป.ธ.๔
วิทยฐานะ  
  ประถมศึกษาปีที่ ๔ จากโรงเรียนวัดทุ่งโป่ง ตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน
พ.ศ ๒๔๘๔  สอบได้ น.ธ. ตรี  สำนักเรียนวัดพระพุทธบาทตากผ้า   อำเภอป่าซาง   จังหวัดลำพูน
           พ.ศ. ๒๔๘๕  สอบได้  น.ธ.โท    วัดบ้านโฮ่ง  สำนักเรียนคณะจังหวัด   จังหวัดลำพูน           
           พ.ศ.  ๒๔๘๖  สอบได้ น.ธ.เอก  วัดบ้านโฮ่ง  สำนักเรียนคณะจังหวัด   จังหวัดลำพูน   
           พ.ศ. ๒๕๐๐  สอบได้  ป.ธ.๓ สำนักเรียนพุทธบาทตากผ้า   อำเภอป่าซาง  จังหวัดลำพูน
           พ.ศ. ๒๕๐๒   สอบได้  ป.ธ.๔  สำนักเรียนพุทธบาทตากผ้า   อำเภอป่าซาง  จังหวัดลำพูน
การศึกษาพิเศษ   
           พ.ศ.๒๕๐๑ จุลอภิธรรมเอก  จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์  กรุงเทพมหานคร
สมณศักดิ์       
         พ.ศ. ๒๕๑๘  ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร  เจ้าคณะตำบลชั้นโท ในราชทินนาม ที่ “ พระครูสุตธนวัฒน์ ”
         พ.ศ. ๒๕๒๔  ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร  เจ้าคณะอำเภอชั้นโท
         พ.ศ. ๒๕๒๙  ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร  เจ้าคณะอำเภอชั้นเอก
        พ.ศ. ๒๕๓๔  ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร   เจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ
       พ.ศ. ๒๕๓๙  ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญในราชทินนามที่ “ พระสุนทรปริยัติวิกรม ”       
ตำแหน่งด้านการศึกษา
  พ.ศ.๒๔๙๐ เป็นครูสอนนักธรรมชั้นโท ที่วัดช้างค้ำ
 พ.ศ.๒๔๙๑ เป็นครูสอนนักธรรมชั้นโท สำนักเรียนวัดพระพุทธบาทตากผ้า  อำเภอป่าซาง  จังหวัดลำพูน
 พ.ศ.๒๔๙๓ เป็นครูสอนนักธรรมชั้นตรีที่วัดมะกอก อำเภอป่าซาง  จังหวัดลำพูน
 พ.ศ.๒๔๙๔-๒๔๙๕ เป็นครูสอนนักธรรมชั้นโทที่วัดมะกอก อำเภอป่าซาง  จังหวัดลำพูน
        พ.ศ. ๒๔๙๖-๒๔๙๘  เป็นครูสอนนักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดพระพุทธบาทตากผ้า  อำเภอป่าซาง  จังหวัดลำพูน
 พ.ศ.๒๔๙๙ เป็นครูสอนนักธรรมชั้นเอก และสอนวิปัสสนากรรมฐาน สำนักเรียนวัดพระพุทธบาทตากผ้า  อำเภอป่าซาง  จังหวัดลำพูน
 พ.ศ. ๒๕๐๓-๒๕๑๔  เป็นครูใหญ่(ฝ่ายปกครอง)สำนักเรียนพระพุทธบาทตากผ้า  จังหวัดลำพูน  และเป็นกรรมการตรวจประโยคธรรมสนามหลวง
          พ.ศ. ๒๕๑๕  ได้รับนิมนต์จากพระเดชพระคุณ พระครูพิศาลนครกิจ (ครูบาสม) เจ้าคณะอำเภอเวียงป่าเป้า และเจ้าอาวาสวัดเฟือยไฮ  และพระครูวิชัยสิริวัฒน์ (ครูบาแก้ว) เจ้าคณะตำบลป่างิ้ว และเจ้าอาวาสวัดร่องกู่ และกำนันหล้า   วงษา กำนันตำบลป่างิ้ว ในนามคณะศรัทธาวัดป่างิ้ว ในสัมยนั้น มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่างิ้ว และทำการเปิดการศึกษาทั้งแผนกนักธรรมและบาลี ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าสำนักเรียนวัดป่างิ้ว

ตำแหน่งด้านการปกครอง
          พ.ศ.๒๕๑๕   เป็นเจ้าอาวาสวัดป่างิ้ว
          พ.ศ.๒๕๑๗  เป็นเจ้าคณะตำบลป่างิ้ว
       พ.ศ.๒๕๑๙  ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
          พ.ศ.๒๕๒๓  ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสนามหลวงแผนกธรรม
          พ.ศ.๒๕๒๓  ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะอำเภอเวียงป่าเป้า
          พ.ศ.๒๕๒๔  ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอเวียงป่าเป้า
          พ.ศ.๒๕๔๕  ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเวียงป่าเป้า
การพัฒนาการศึกษา ณ สำนักเรียนวัดป่างิ้ว   
         - ก่อตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกนักธรรม – บาลี สำนักเรียนวัดป่างิ้ว  เมื่อปี  พ.ศ. ๒๕๑๕
         - เปิดสอนโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ณ วัดป่างิ้ว เมื่อปี  พ.ศ. ๒๕๑๕
          - เปิดสอนพระอภิธรรมแก่พระภิกษุสามเณร ณ สำนักเรียนวัดป่างิ้ว เมื่อปี  พ.ศ.๒๕๒๒
 - จัดส่ง พระเปรียญธรรมไปเป็นครูสอนบาลี อำเภอเมือง  เชียงใหม่  อำเภอฝาง  อำเภอพร้าว  อำเภอแม่อาย อำเภอดอยสะเก็ด  จังหวัดเชียงใหม่  อำเภอเมือง  เชียงราย  อำเภอแม่สรวย  อำเภอพาน  อำเภอป่าแดด  อำเภอเชียงของ อำเภอแม่จัน  อำเภอเมืองพะเยา  อำเภอดอกคำใต้  อำเภอเมืองลำปาง
  - จัดตั้งโรงเรียนอนุบาล (เด็กก่อนเกณฑ์)  ขึ้นในวัดจนได้รับการยกย่องจากกรมการศาสนาว่าเป็นโรงเรียนเด็กก่อนเกณฑ์ดีเด่นระดับประเทศ  เมื่อปี ๒๕๓๓ 
การเผยแผ่
         เป็นพระธรรมทูตเผยแผ่ธรรมะแก่ยุวชน  (กลุ่มหนุ่มสาว)  และประชาชนทั่วไป
         เป็นพระนักเทศน์เผยแผ่ธรรมะทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์ช่อง ๘  ลำปาง
         ออกปฏิบัติรุกขมูลิกังคธุดงค์และโสสานิกังคธุดงค์ทุกปี
         อบรมนักโทษที่จังหวัดเชียงราย  และจังหวัดเชียงใหม่
         จัดส่งพระเปรียญธรรมไปปาฐกถาธรรม  แก่พุทธศาสนิกชน
        จัดให้มีการอบรมศีลธรรมทุก ๆ วันพระ และวันสำคัญในทางพระพุทธศาสนา
 รายการบรรยายธรรมทางสถานีวิทยุ ดังนี้
  - รายการ “ประทีปทอง” ทางสถานีวิทยุทหารอากาศเชียงใหม่  ทุกวันจันทร์,อังคาร, พุธ เวลา  ๐๙.๓๐ และเวลา ๑๘.๓๐-๑๙.๐๐ น.
 - รายการ “ประทีปทอง” ทางสถานีวิทยุ ป.ช.ส.ลำปาง ทุกวันศุกร์ เวลา ๐๙.๓๐ น.
            - รายงการ”บนทางแห่งชีวิต” ทางสถานีวิทยุ ๙๑๔  กรป.กลาง  อำเภอแม่จัน  เชียงราย  ทุกวันจันทร์และทุกวันเสาร์  เวลา ๑๑.๐๐-๑๑.๓๐ น.
 - รายการ “เสียงธรรม” ทางสถานีวิทยุ ๙๑๔  กรป.กลาง  อำเภอแม่จัน  เชียงราย  ทุกวันเสาร์ เวลา ๒๑.๐๐ น..
             - รายการ “แสงธรรม” ทางสถานีวิทยุค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง ทุกวันอาทิตย์เวลา ๑๖.๐๐ น. 
 - รายการดวงประทีปแห่งชีวิต” ทางสถานีวิทยุ ว.ป.ถ.๒ และ ว.พ.ท.๗๐๕ บ่อน้ำมันฝางทุกวัน
 
งานด้านการสังคมสงเคราะห์
          - สร้างตลาดสด  เพื่อสงเคราะห์ประชาชนให้มีที่ประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัว
          - สร้างห้องแถว  เพื่อนุเคราะห์แก่ผู้ที่ลำบากในเรื่องที่พักอาศัย             
 - จัดตั้งและมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดี  แต่ขาดทุนทรัพย์ระดับประถมศึกษา
           - ก่อตั้งทุนนิธิส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลี  เพื่อนำดอกผลมาบำรุงการศึกษา
           - จัดตั้งธนาคารข้าวเปลือกขึ้น  เพื่อสงเคราะห์แก่ประชาชน
          - จัดตั้งโครงการสงเคราะห์เด็กชาวเขา  ให้มีที่ประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัว
          - จัดงานฉลองและมอบทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรที่สอบได้เป็นประจำทุกปี
งานด้านการพัฒนา
 พ.ศ. ๒๕๑๖  สร้างตลาดสดและห้องแถวหน้าวัด
           พ.ศ. ๒๕๑๗  สร้างกุฏิเพิ่มเติมจากกุฏิเก่า
           พ.ศ. ๒๕๑๘  สร้างโรงเรียนปริยัติธรรมวัดป่างิ้ว
           พ.ศ. ๒๕๑๙  สร้างโรงฉันและศาลารอบวัดด้านทิศตะวันตก
           พ.ศ. ๒๕๒๐  สร้างกุฏิเพิ่มเติมอีกหนึ่งหลัง ให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียน
           พ.ศ. ๒๕๒๑  สร้างศาลากลางวัด  ๑  หลัง  และได้บูรณปฏิสังขรณ์ห้องแถวด้านทิศเหนือ
          พ.ศ. ๒๕๒๒  สร้างกุฏิด้านทิศตะวันออกชั้นเดียว ๖  ห้อง ซึ่งมีพระโสภณวชิรธรรม วัดวชิรธรรมสาธิต  กรุงเทพฯ  รับอุปถัมภ์
          พ.ศ. ๒๕๒๔  สร้างกุฏิวัฒนสุนทร  ห้องน้ำ  และศาลาที่บ้านดงตะเคียน
          พ.ศ.๒๕๒๔   สร้างหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านป่างิ้ว
          พ.ศ. ๒๕๒๕  ได้บูรณปฏิสังขรณ์หลังคาอุโบสถ
          พ.ศ. ๒๕๒๖  ได้บูรณปฏิสังขรณ์หลังคาอุโบสถ  
          พ.ศ. ๒๕๒๗  ได้บูรณปฏิสังขรณ์หลังคาอุโบสถ
          พ.ศ. ๒๕๒๕  ได้บูรณปฏิสังขรณ์ ฝา พื้นอุโบสถ และต่อเติมกุฏิวัฒนาสุนทร  ขึ้นเป็น ๒ ชั้น ๔ ห้อง
          พ.ศ. ๒๕๓๒  ได้บูรณปฏิสังขรณ์ตลาดสดหน้าวัดป่างิ้ว
         พ.ศ. ๒๕๓๖   สร้างศาลการเปรียญ  ๑  หลัง  งบประมาณ  ๕๐๐,๐๐๐.-บาท
          พ.ศ. ๒๕๓๖   จัดตั้งธนาคารข้าวเปลือก เพื่อช่วยเหลือคนยากจน
          พ.ศ. ๒๕๓๗   สร้างกำแพงวัดป่างิ้ว  ๑๕๐,๐๐๐.-บาท
          พ.ศ. ๒๕๓๘   สร้างพระบรมธาตุเจดีย์ (ทรงหริภุญไชย) ๙๐๐,๐๐๐.-บาท
          พ.ศ. ๒๕๔๑   สร้างกุฏิสงฆ์  ๑,๐๐๐,๐๐๐.-บาท
          พ.ศ. ๒๕๔๒  สร้างห้องพัสดุวัดป่างิ้ว  ๒๐๐,๐๐๐.-บาท
          พ.ศ. ๒๕๔๒  สร้างซุ้มประตูวัดป่างิ้ว  ๒๐๐,๐๐๐.-บาท
 พ.ศ. ๒๕๔๔   สร้างหอระฆัง   ๑  หลัง ๑๕๐,๐๐๐.-บาท
          พ.ศ. ๒๕๔๘  สร้างอุโบสถ/พระวิหารและศาลาการเปรียญ  ๙,๐๐๐,๐๐๐.-บาท
 พ.ศ.๒๕๕๑    สร้างหอฉันและโรงครัว  ๑ หลัง  ๕๙๖,๓๒๑.-บาท
 พ.ศ. ๒๕๕๑   สร้างห้องน้ำห้องสุขา  ๑ หลัง  จำนวน ๑๑ ห้อง ๒๒๑,๒๔๘.-บาท
รางวัลเกียรติประวัติที่ได้รับ
            พ.ศ. ๒๕๒๖  ได้รับรางวัลพระราชทานรางวัลพัด ประเภท "สำนักเรียนดีเด่น" ประจำจังหวัดเชียงราย
จาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
           พ. ศ. ๒๕๓๕  ได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรเกียรติคุณ  ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา  สาขาการศึกษาพระปริยัติธรรม  จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี
สัมฤทธิผลทางการศึกษา  และการพัฒนา
              พ.ศ.๒๕๒๖ ได้รับยกย่องให้สำนักเรียนวัดป่างิ้ว เป็นสำนักเรียนตัวอย่าง จากกรมการศาสนากระทรวงศึกษาธิการ
  มีพระภิกษุสามเณรสอบได้นักธรรมชั้นตรี โท เอก กว่า ๑,๕๐๐ รูป
             มีพระภิกษุสามเณรสอบได้บาลีประโยค ๑-๒ ถึง ป.ธ.๘ กว่า  ๙๐๐ รูป
             มีพระภิกษุสามเณรสอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค  ถึง ๕  รูป
             มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีพุทธศาสตรบัณฑิต  ๖๐  รูป (มหาจุฬาฯ)
             มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีศาสนศาสตรบัณฑิต  ๑๓  รูป (มหามกุฎฯ)
             มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีศึกษาศาสตร์บัณฑิต  ๕  รูป (มสธ.)
             มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท   ๑๔ รูป/คน
             มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก  ๒ คน
             สามารถ พัฒนาบุคลากรของศาสนาให้มีประสิทธิภาพ  เป็นพระราชาคณะถึง ๒ รูป , พระครูสัญญาบัตร, เจ้าคณะตำบล, เจ้าอาวาส, รับราชการเป็นครู, ราชบัณฑิต, อนุศาสนาจารย์กองทัพบก,  ตำรวจ,       ทนายความ,  สมาชิกสภาจังหวัด, นายกเทศบาล, นายก อบต., สมาชิก อบต.นักธุรกิจ ฯลฯ
             สามารถนำหลักพุทธธรรมให้เข้าถึงประชาชนได้กว้างขวางมากขึ้น  เป็นประทีปทองของศาสนา
             สามารถให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติตามสมควร

การมรณภาพ
 พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระสุนทรปริยัติวิกรม (ทรัพย์  นรินฺโท) โดยปกติแล้วเป็นผู้ที่มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง  มีความสามรถในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะสงฆ์และการพระศาสนาด้วยดีมาโดยตลอด จนถึงวันสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเวียงป่าเป้า  เป็นพระเถระที่พูดจาตรงไปตรงมา  ไม่ถือตัว  ฉันง่าย อยู่ง่าย  มีโอกาสเมื่อใดท่านจะสั่งสอนเรื่องคุณงามความดี ห้ามปรามป้องกันทางชั่วให้กับผู้มาพบปะตลอด จึงเป็นที่เคารพรักนับถือและเป็นที่พึ่งของศิษยานุศิษย์
 จวบจนเมื่ออายุย่างเข้าวัย ๘๕ ปี พระเดชพระคุณมีอาการหลงลืมเป็นบางครั้ง และเดินเหินไม่สะดวกด้วยความชราภาพ  ช่วงท้าย ๆ ประมาณก่อนมรณภาพ ๖ เดือน ท่านต้องอาศัยรถเข็นและฉันอาหารทางสายยางเข้าทางจมูก อาการทรงตัวมาโดยตลอดโดยที่ไม่มีอาการไข้แต่ประการใด คงเป็นเพราะสังขารได้ถูกใช้มาจนอ่อนล้าอย่างที่สุด 
 จนกระทั่งคืนวันพุธที่  ๒๖  สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา   ๒๑.๐๐ น.  พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ถึงแก่มรณภาพไปด้วยอาการอันสงบ ที่กุฏิของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเองด้วยโรคชรา  สิริรวมอายุได้  ๘๗ ปี พรรษา ๖๓ พรรษา
 การจากไปของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ทำให้คณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย วงการการศึกษาด้านปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี  ต้องสูญเสียพระเถระผู้ใหญ่ที่เป็นทั้งพระนักการศึกษา นักพัฒนา นักเทศน์ ซึ่งเป็นที่เคารพรักและบูชาไปอีกรูปหนึ่ง ทำให้ศิษยานุศิษย์สูญเสียเจ้าสำนักเรียนผู้บุกเบิกทางศึกษาและอนาคตให้กับลูกศิษย์ ประดุจคุณพ่อผู้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของศิษย์  และทำให้คณะศรัทธาญาติโยมพุทธศาสนิกชนต้องสูญเสียพระสงฆ์ผู้เป็นนักสั่งสอนและเป็นเนื้อนาบุญไปอีกด้วย

 

 

สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้18
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้56
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้255
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว433
mod_vvisit_counterเดือนนี้1419
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว2199
mod_vvisit_counterยอดรวม66855

Online (20 minutes ago): 3
Your IP: 38.107.179.223
,
Now is: 2012-02-23 06:18

ด้วยผูกพันธ์ฉันท์พี่น้อง